ความแตกต่าง

            ในนัดที่บาร์เซโลน่าเปิดรังคัมป์ นูถล่มอลาเบสได้ 3-0 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นความแตกต่างของคำว่านักเตะธรรมดา กับนักเตะระดับเวิร์ลด์ คลาสส์ได้ดีทีเดียว โดยในเกมนัดนั้นเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของบาร์เซโลน่าจัดทีมลงสนามในระบบ 4-3-3 ตามเดิม โดยนายประตูกับแผงกองหลังยังเหมือนเดิมจากปีที่แล้ว คือมีมาร์ค อังเดร แตร์ สเตเก้นเป็นนายประตู แบ็คขวาเป็นเนลสัน เซเมโด้ คู่ปราการหลังตัวกลางคือเคราร์ด ปิเก้จับคู่กับซามูเอล อุมติตี้ กองหลังดีกรีแชมป์โลกที่ได้กลับมาลงสนามเป็นนัดแรก ซึ่งนช่วงพรีซีซั่น และในเกมโกปา ซุเปอร์ คัพเขายังไม่ได้ลงสนามช่วยทีมเลย และแบ็คซ้ายเป็นยอร์ดี้ อัลบา ส่วนแดนกลางมีการปรับเล็กน้อย โดยส่งอาร์ตูร์ เมโล่ กองกลางดาวรุ่งวัย 22 ปีที่ซื้อมาใหม่ลงสนามเป็นตัวจริงร่วมกับเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และอีวาน ราคิติช กองกลางทีมชาติโครเอเชียวัย 32 ปี ส่วนกองหน้าบัลเบร์เด้เลือกใช้อุสมาน เดมเบเล่ ที่ฟอร์มดีในศึกโกปา ซุเปอร์ คัพลงสนามร่วมกับลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรซ

รูปเกมในครึ่งแรกก็เป็นทางบาร์เซโลน่าได้ครองบอลบุกใส่ทีมเยือนตามทรงตตลอด และได้เปอร์เซ็นต์ในการครองบอลไปถึง 77% เลยทีเดียว แต่หาโอกาสยิงเข้ากรอบได้แค่เพียง 3 ครั้งเท่านั้น และลูกยิงก็ไปเข้ามือของเฟร์นานโด ปาเชโก้ทั้งหมด แต่ครึ่งหลังบาร์เซโลน่าเปลี่ยนเอาเนลสัน เซเมโด้ แบ็คขวาชาวโปรตุกีสออก และส่งเฟิลิเป้ คูตินโญ่ ตัวรุกทีมชาติบราซิลลงสนามมาแทน ซึ่งมันสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจนว่าคลาสส์ของเขานั้นเหนือกว่าอุสมาน เดมเบเล่เป็นอย่างมาก เมื่อครึ่งหลังพวกเขายิงตรงกรอบมากขึ้นถึง 7 ครั้ง และสามารถเป็นคนทำประตูที่ 2 ให้กับทีมได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความแตกต่างให้กับมิติในแนวรุกของบาร์เซโลน่ามากเลยทีเดียว และที่สำคัญคืออดีตนักเตะของลิเวอร์พูลมีความแน่นอนมากกว่าเดมเบเล่มาก ทั้งเรื่องของการจ่ายบอล และการยิงทำประตู เดมเบเล่มักจะใช้โอกาสเปลืองโดยตลอด แต่คูตินโญ่ได้โอกาสซัดด้วยขวาครั้งเดียวก็สามารถทำประตูให้กับทีมได้เลย

นี่คือความแตกต่างระหว่างนักเตะระดับเวิร์ลด์ คลาสส์ กับนักเตะดาวรุ่งที่ถูกมองว่าอนาคตไกลอย่างอุสมาน เดมเบเล่ ซึ่งความแน่นอนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะระดับโลกได้ ซึ่งเดมเบเล่ต้องเร่งพัฒนาให้ในเร็ววันนี้