ต่ำกว่ามาตรฐาน

     ถึงแม้ว่าหลังจากผ่านฤดูกาลของศึกลา ลีก้าสเปนมาแล้ว 14 นัด และบาร์เซโลน่าจะได้เป็นจ่าฝูงของลีกได้สำเร็จ แต่ทว่าหากดูจากสถิติต่างๆ แล้ว ถือว่าพวกเขาทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่พวกเขาเคยทำมาเสียด้วยซ้ำ แต่ทว่าฤดูกาลนี้พวกเขาโชคดีมากทีเดียวที่คู่ปรับตลอดกาลอย่างเรอัล มาดริด ยอดทีมจากเมืองหลวงก็ประสบปัญหาภายในทีมเช่นกัน ทำให้พวกเขายังคงนำเป็นจ่าฝูงได้อยู่ ทั้งๆ ที่ฟอร์มของทีม “เจ้าบุญทุ่ม” ในฤดูกาลนี้นั้นยังไม่เข้าฝัก และไม่เข้าตาเสียด้วยซ้ำ

เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่เป็นปีแรกในการคุมทีมของเออร์เนสโต้ บัลเบรเด้ กุนซือวัย 54 ปีที่ออกจากการคุมทีมแอตเลติก บิลเบา มาคุมทีมในถิ่นคัมป์ นูต่อจากหลุยส์ เอ็นริเก้ ที่ตัดสินใจวางมือไปพอดี ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูกาลแรกของบัลเบรเด้ แต่ว่ากลับพาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในลีก และทำทีมแพ้ไปเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นจาก 38 นัดในฤดูกาลที่แล้ว แต่มาฤดูกาลนี้เพียงแค่ 14 นัดที่ผ่านมาเท่านั้น ทีมยักษ์ใหญ่ของแคว้นกาตาลุนญ่ากลับแพ้ไปแล้วถึง 2 นัด โดยเป็นการแพ้ให้กับเลากาเนสอย่างพลิกล็อค 1-2 และอีกนัดคือการแพ้คารังให้กับเรอัล เบตัส ที่ฟอร์มก็ไม่ได้ดีในฤดูกาลนี้ไป 3-4 รวมถึงยังมีการหลุดเสมอไปอีก 4 นัดด้วยจาก 14 นัดแรกของฤดูกาล ทำให้คะแนนของพวกเขาน้อยกว่ามาตรฐานเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ยังสามารถนำเป็นจ่าฝูงของลีกแดนกระทิงดุในฤดูกาลนี้ได้อยู่ แต่ยังดีที่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขายังทำผลงานได้ดี และเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มไปอย่างหายห่วง ถึงแม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มที่ถูกเรียกว่ากรุ๊ป ออฟ เดธก็ตาม โดยมีทั้งอินเตอร์ มิลาน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส และพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นเป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม

ปัญหาของบาร์เซโลน่าในฤดูกาลนี้ยังเป็นเหมือนคล้ายๆ กับเมื่อฤดูกาลที่แล้ว คือพวกเขามักจะเสียสมาธิในนัดสุดสัปดาห์ ก่อนที่จะทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในช่วงกลางสัปดาห์ หรือหลังจากนัดกลางสัปดาห์ไปแล้ว ซึ่งเออร์เนสโต้ บัลเบรเด้ ก็มักจะมีการโรเตชั่นนักเตะในช่วงนั้นเป็นประจำด้วย ทำให้พวกเขาต้องเจอกับงานยากโดยตลอด ซึ่งนัดที่พวกเขาสะดุดในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาก็คือนัดที่หลังจากทำสึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาแล้วนั่นเอง โดยพวกเขาหลุดเสมอไปถึง 2 นัด และแพ้ไป 1 นัด หลังจากที่ทำศึกบอลถ้วยใหญ่ของทวีปยุโรปไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่กุนซือคนเก่งของทีมยังแก้ไม่ตก