หมดเวลาของ “ปิเก้”

   ถึงแม้จะอายุ 31 ปี ซึ่งถือว่าไม่มากนักสำหรับนักเตะในตำแหน่งกองหลัง แต่กับเคราร์ด ปิเก้ ปราการหลังทีมชาติสเปนของเอฟซี บาร์เซโลน่า ทีมแชมป์ลา ลีก้า สเปนเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ากำลังอยู่ในช่วงขาลงของฟอร์มการเล่นเสียแล้ว หลังจากที่ฟอร์มเริ่มออกทะเลอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ที่เขาจับคู่เป็นปราการหลังตัวกลางกับเซร์คิโอ รามอส ของเรอัล มาดริด แต่ปรากฏว่าพวกเขาดันเสียประตูไปถึง 6 ประตูจากการลงสนามเพียง 4 นัดเท่านั้น ถึงแม้ว่าทีมชาติสเปนจะเป็นฝ่ายครองบอลแทบจะตลอดทั้งเกมก็ตาม ซึ่งถึงแม้ว่าบางประตูที่เสียไปจะโทษอดีตนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้นี้ไม่ได้ แต่เขาก็มีส่วนในการเสียประตูสำคัญให้กับทีมชาติรัสเซียในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อเขาดันไปทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ทำให้ทีมชาติสเปนเสียจุดโทษ ก่อนอาร์เต็ม ซูบา กองหน้าทีมชาติรัสเซียจะสังหารให้เจ้าภาพตีเสมอได้สำเร็จ และทำให้ทีมชาติสเปนตกรอบในนัดนั้นด้วย

เมื่อฤดูกาลที่แล้วปราการหลังวัย 31 ปียังคงเป็นตัวหลักของบาร์เซโลน่าอยู่ เมื่อเขาได้ลงสนามถึง 49 นัดในทุกรายการ โดยเขาจะได้จับคู่กับซามูเอล อุมติตี้ ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่ โดยมีโธมัส แฟร์มาเล่น กับเยอร์รี่ มิน่า ปราการหลังโคลอมเบียมาเล่นร่วมบ้างในช่วงท้ายๆ ของฤดูกาล แต่มาฤดูกาลนี้เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของทีมอาจจะเริ่มไม่ค่อยไว้ใจเด็กปั้นของสโมสรรายนี้แล้วก็ได้ เมื่อเขาไปเซ็นสัญญาคว้าตัวเคลม็องต์ ล็องเล่ต์ ปราการหลังชาวฝรั่งเศสวัย 23 ปีจากเซบีย่ามาร่วมทีมเรียบร้ยแล้ว โดยบาร์เซโลน่ายอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 35 ล้านยูโรให้กับเซบีย่าเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมเลยทีเดียว ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าดาวเตะรายนี้น่าจะเป็นการซื้อมาเป็นตัวตายตัวแทนของเคราร์ด ปิเก้นั่นเอง โดยเขาจะได้จับคู่กับเพื่อนร่วมชาติอย่างซามูเอล อุมติตี้ในเร็ววันนี้

ฤดูกาลที่จะถึงนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 12 สำหรับเขากับบาร์เซโลน่าแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ประสบความสำเร็จได้แชมป์มาแล้วทุกรายการ ทั้งกับสโมสรที่คว้าได้ครบทุกแชมป์ ทั้งลา ลีก้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือแชมป์สโมสรโลก และในนามทีมชาติสเปนก็ได้ทั้งแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี  2010 และแชมป์ฟุตบอลยูโรเมื่อปี 2012 ทำให้เจ้าตัวอาจจะหมดไฟในการแข่งขันแล้วก็ได้ และฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายแล้วก็ได้ ที่เขาจะเล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้ง