เต็งแชมป์

   2 ทีมดังจากเมืองหลวงของประเทศสเปน ต่างมีการเปลี่ยนแปลงทีมพอสมควรในฤดูกาลนี้ ทั้งแอตเลติโก มาดริด รองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงเรอัล มาดริด ทีมแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อน แต่ในส่วนของบาร์เซโลน่านั้น ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงทีมแต่อย่างใด จะมีก็เพียงการเสียอันเดรส อิเนสต้า เพลย์เมคเกอร์ระดับตำนานของสโมสร ที่ตัดสินใจอำลาทีมไปไล่ล่าเงินเยนกับวิตเซ่ล โกเบในญี่ปุ่นแทน นอกนั้นพวกเขายังมีขุมกำลังเดิมจากฤดูกาลที่แล้ว ที่พวกเขาคว้าแชมป์ลา ลีก้า สเปนได้อย่างขาดลอย โดยพวกเขานำจ่าฝูงแบบม้วนเดียวจบ และทิ้งอันดับ 2 ถึง 14 คะแนน ทั้งๆ ที่ช่วงต้นฤดูกาลที่แล้วพวกเขามีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจากหลุยส์ เอ็นริเก้ มาเป็นเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ซึ่งตอนแรกของการคุมทีมเขาถูกมองว่ามือไม่ถึงขั้นด้วยซ้ำ เนื่องจากพวกเขาแพ้ให้กับคู่ปรับตลอดกาลอย่างเรอัล มาดริด ในศึกซุเปอร์โกปา เด เอสปานญ่า หรือสแปนิช ซุเปอร์ คัพ ตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาลอย่างหมดรูป ทั้งเหย้าและเยือน ทำให้เริ่มต้นฤดุกาลด้วยความกดดันทีเดียว เนื่องจากตอนนั้นพวกเขาต้องเสียเนย์มาร์ กองหน้าซุเปอร์สตาร์ออกจากทีมไปด้วย

แต่สุดท้ายกุนซือวัย 54 ปีกลับได้เป็นฝ่ายหัวเราะทีหลัง เนื่องจากเขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นดับเบิ้ล แชมป์ โดยการคว้าแชมป์ลา ลีก้า และโกปา เดล เรย์ได้สำเร็จ ทำให้อดีตกุนซือของแอตเลติก บิลเบา ได้รับคำชมไม่น้อย รวมถึงขาเก้าอี้ที่เริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ และฤดูกาลนี้พวกเขายิ่งมีโอกาสคว้าแชมป์ลา ลีก้า สเปนสูงขึ้นไปอีก เมื่อคู่ปรับสำคัญอย่างเรอัล มาดริดมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนกุนซือที่ประสบความสำเร็จอย่างซีเนอดีน ซีดาน ที่ลาออกจากตำแหน่งหลังพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มาเป็นจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปนที่จบไม่สวยกับสมาคมฟุตบอลสเปนมาคุมทีมแทน แถมพวกเขายังเสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนสำคัญของทีมตลอด 9 ปีไปให้กับยูเวนตุสในซัมเมอร์เดียวกันอีกด้วย ทำให้พวกเขาอาจจะต้องเริ่มสร้างระบบทีมกันใหม่ และอาจจะต้องใช้เวลาซักนิดในการปรับจูน ส่วนคู่แข่งอย่างแอตเลติโก มาดริด ถึงแม้ว่าจะมีการเสริมทีมได้ดี โดยการดึงโตมาส์ เลอมาร์ ปีกทีมชาติฝรั่งเศสมาจากโมนาโก แต่ด้วยสไตล์การคุมทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่ไม่เอื้ออำนวยกับการเล่นในเกมลีก และมักทำประตูได้น้อย ทำให้มักจะสะดุดเสมอเป็นประจำ