ไฟที่เริ่มมอดของ ‘เมสซี่’

     ลิโอเนล เมสซี่ ยอดนักฟุตบอลชาวอาร์เจนไตน์วัย 31 ปีของสโมสรบาร์เซโลน่า ถือว่ามีอาชีพการค้าแข้งที่มหัศจรรย์เป็นอย่างมากมาตั้งแต่ช่วงที่เป็นเยาวชนเลยด้วยซ้ำ จากนักเตะที่ไม่มีความแข็งแรงเลย แต่ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” ก็ประคบประหงมดาวเตะรายนี้มาอย่างทะนุถนอม จนในที่สุดเขาก็ได้ก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่าตั้งแต่ฤดูกาล 2004-2005 ซึ่งเขาสร้างความตื่นตาตื่นใจตั้งแต่แรกโดยทันที ถึงแม้ว่าฤดูกาลนั้นเขาจะได้ลงสนามช่วยทีมไป 9 นัดก็ตาม แต่ตอนนั้นเขาก็อยู่ในวัยแค่ 18 ปีเท่านั้น แต่ก็ถูกยกไปเปรียบเทียบว่าจะเป็นดิเอโก้ มาราโดน่า ยอดดาวเตะชาวอาร์เจนติน่าในยุค 80 คนต่อไป ซึ่งเหล่านักเตะดาวรุ่งในช่วงนั้นก็จะถูกยกให้เป็นว่าที่ตำนานคนใหม่ หรือถูกเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ในสโมสร หรือว่าในทีมชาติเป็นประจำ แตแทบไม่มีคนไหนเลยที่จะทำได้ดีกว่ายอดนักเตะยุคก่อนๆ แต่จนถึงตอนนี้มีแฟนบอลหลายคนได้มองว่าลิโอเนล เมสซี่ในวัย 31 ปี มีฝีเท้าที่สุดยอดกว่าไอดอลของเขาอย่างดิเอโก้ มาราโดน่าเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเปรียบเทียบด้านไหนก็ตาม มีเพียงแชมป์ฟุตบอลโลกเท่านั้น ที่ลิโอเนล เมสซี่ ไม่สามารถเสกสรรค์มาให้อาร์เจนติน่าได้เหมือนอย่างที่ดิเอโก้ มาราโดน่าทำได้ในปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ

ถึงแม้ว่าดาวเตะหมายเลข 10 คนปัจจุบันของบาร์เซโลน่าจะเก่งกาจมาตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง แต่ว่าฝีเท้า และผลงานของเขาอาจจะไม่สุดยอดเหมือนอย่างทุกวันนี้ก็ได้ หากว่าไม่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวเตะชาวโปรตุกีส ที่ย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกในตอนนั้น ทำให้เขาถูกเปรียบเทียบกับดาวเตะหมายเลข 7 ของเรอัล มาดริดมาโดยตลอด และกลายเป็นคู่แข่งในการแย่งชิงรางวัลต่างๆ กันตลอดทุกปี ทำให้ผลงานของทั้ง 2 คนนี้สุดยอดเหมือนเป็นนักเตะที่มาจากอีกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งการมาของโรนัลโด้นั้นเหมือนเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้ลิโอเนล เมสซี่ มีไฟในการแข่งขันอยู่ตลอดทุกฤดูกาลที่ผ่านมา แต่มาในฤดูกาลนี้ที่โรนัลโด้ได้ย้ายออกไปอยู่คนละลีก เหมือนว่าจะทำให้ไฟในตัวของดาวเตะวัย 31 ปีมอดลงไปด้วย ถึงแม้ว่าเจ้าตัวพึ่งจะออกมาปฏิเสธข้อสันนิฐานนี้ไปก็ตาม ซึ่งต้องมาดูกันถึงตอนจบฤดูกาลว่าผลงานของเขาจะเป็นอย่างไร